
รู้หรือไม่ ? อุปกรณ์อะไรที่นักวิทยาศาสตร์ในห้องแล็บ ใช้ในการวัดปริมาตร และถ่ายโอนของเหลวได้อย่างแม่นยำ ? คำตอบก็คือ "ปิเปตต์" นั่นเอง อุปกรณ์เล็ก ๆ ที่มีบทบาทสำคัญในงานวิจัย เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ทำงานได้อย่างถูกต้อง และเชื่อถือได้
บทความนี้ เอเพกซ์ เคมิเคิล จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับปิเปตต์กันให้มากขึ้น

ปิเปตต์ (Pipette) เป็นอุปกรณ์ในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้ สำหรับตวง หรือวัดปริมาตรของเหลวให้ได้ปริมาตรที่แน่นอน มีความแม่นยำสูง ทำให้สามารถทำงานวิจัยและการทดลองต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง และเชื่อถือได้
แต่รู้หรือไม่ว่า ปิเปตต์นั้นสามารถแบ่งประเภทได้ 2 ประเภท ได้แก่ Volumetric Pipette และ Graduated Pipette
โดยสัญลักษณ์บนปิเปตต์นั้น มีอะไรบ้าง และความหมายของแต่ละสัญลักษณ์เป็นอย่างไร มาดูกัน

Tips ! : ความแตกต่างระหว่างเครื่องแก้ว Class A และ Class Bเครื่องแก้ว Class A เป็น เครื่องแก้ววัดปริมาตรที่มีความแม่นยำสูง โดยมีค่าความคลาดเคลื่อนของปริมาตร (Tolerance) ต่ำกว่าเครื่องแก้ว Class B ถึงครึ่งนึง หรือก็คือค่า Tolerance (ค่าความคลาดเคลื่อน) ของ Class B นั้นสูงกว่า Class A ถึง 2 เท่านั่นเอง นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับใบรับรองการสอบเทียบ (Calibration Certificate) ทำให้เหมาะสำหรับงานทดสอบและงานวิเคราะห์ที่ต้องการความแม่นยำสูงเป็นอย่างดี
Calibration (TD = to deliver)
ประเภทเครื่องแก้ว ที่แบ่งตามวิธีการสอบเทียบ ออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่
ASTM และ DIN ต่างเป็นองค์กรชั้นนำด้านการพัฒนามาตรฐานเครื่องแก้ววัดปริมาตรที่ได้รับการยอมรับระดับโลก เนื่องจากเครื่องแก้วของ ASTM มีความแม่นยำสูง และค่าความคลาดเคลื่อนของปริมาตรต่ำกว่า
โดยทั่วไปแล้ว ปิเปตต์แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ Volumetric Pipette และ Graduated Pipette

เป็นปิเปตต์ที่มีลักษณะเป็น"กระเปาะ"อยู่ตรงกลาง ถูกออกแบบมาเพื่อวัดปริมาตรของเหลวที่แน่นอนเพียง"ค่าเดียว" ซึ่งจะระบุไว้บนตัวปิเปตต์ ปิเปตต์ชนิดนี้เหมาะสำหรับการเตรียมสารละลายมาตรฐานหรือการถ่ายโอนปริมาตรของเหลวที่ต้องการความแม่นยำสูง
อีกทั้งปลายปิเปตต์ยังมีจุดที่แตกต่างกันอีกด้วย คือ Mohr Pipette จะมีสเกลบอกปริมาตรก่อนถึงปลายปิเปตต์ เพื่อหยุดที่ขีดสเกลที่ต้องการ ส่วน Serological Pipette จะไม่มีสเกลสุดท้ายที่ปลายปิเปตต์ เนื่องจากเป็น"ปิเปตต์แบบปล่อยจนหมด"นั่นเอง !
Tips ! : การตวงปริมาตรสูงสุด แบบปล่อยให้ของเหลวไหลออกจากปิเปตต์จนหมด สามารถทำได้ 2 วิธี
วิธีที่ 1 การใช้การเป่า โดยใช้อุปกรณ์ในการการเป่าโดยเฉพาะ
ข้อดี : การใช้แรงเป่าสามารถเร่งการไหลของของเหลวได้ สามารถเอาของเหลวออกได้หมดจริงๆ ไม่มีหยดสารละลายติดค้างบริเวณปลายปิเปตต์
ข้อเสีย : อาจทำให้ปริมาตรคลาดเคลื่อน หากใช้กับปิเปตต์ไม่ได้ออกแบบมาให้ใช้แรงเป่า เสี่ยงต่อการปนเปื้อนจากเครื่องมือที่ใช้เป่า อาจทำให้เกิดฟองในของเหลว ซึ่งรบกวนการอ่านค่าหรือการทดลองต่อไป
วิธีที่ 2 การปล่อยให้ของเหลวไหลออกเอง
ข้อดี : ให้ปริมาตรที่แม่นยำ ลดความเสี่ยงในการปนเปื้อนจากอุปกรณ์ที่ใช้เป่า เหมาะสำหรับการวัดปริมาตรที่ต้องการความแม่นยำสูง
ข้อเสีย : อาจใช้เวลานานกว่า ในการรอให้ของเหลวไหลออกจนหมดอาจมีของเหลวเล็กน้อยติดค้างที่ปลายปิเปตต์
Note : โดยปิเปตต์ จากแบรนด์ Borosil เป็นแบบไหลออกเอง ถึงแม้อาจมีของเหลวเล็กน้อยติดค้างที่ปลายปิเปตต์ ก็ไม่ได้มีผลกับปริมาตรของสารที่จะได้ เนื่องจากผู้ผลิตมีการ Calibrate ปริมาตรของเครื่องแก้วมาให้แล้ว
ปิเปตต์จาก Borosil ทำจากแก้วบอโรซิลิเกต Class A ซึ่งมีทนทานสูง และผ่านมาตรฐาน USP รวมถึงมาตรฐาน ASTM E-969-02 มีใบรับรองคุณภาพสำหรับแต่ละล็อตการผลิต ทำให้คุณมั่นใจในความแม่นยำ และคุณภาพ อีกทั้งยังมีปิเปตต์หลากหลายขนาด ตั้งแต่ 1-50 mL รวมถึงขนาดหายากอย่าง 4, 6, 7, 8, 9, 15 และ 30 ml อีกด้วย

“เลือกใช้ปิเปตต์จาก Borosil เพื่อความแม่นยำในงานวิจัยของคุณ”
หากสนใจผลิตภัณฑ์เครื่องแก้วจากแบรนด์ Borosil ท่านสามารถสอบถามทาง เอเพกซ์ เคมิเคิล ได้ที่
Tel : 02-038-9999
Email : info@apexchemicals.co.th
Line : @ApexChemicals
เรามีผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้พร้อมให้คำปรึกษาตลอดการสั่งซื้อสารเคมีทุกขั้นตอน

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ และทีมการตลาด มีความตั้งใจที่จะส่งต่อข้อมูลดีๆ ที่ใช้งานได้จริง เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเหล่านักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย และภาคอุตสาหกรรม พร้อมมุ่งมั่นขับเคลื่อนแนวคิดเคมีเพื่อความยั่งยืนไปพร้อมกับคุณ