• icon
    icon-hover
    Products
  • icon
    icon-hover
    Services
  • icon
    icon-hover
    Resources
  • icon
    icon-hover
    Support
  • icon
    icon-hover
    About Us
  • icon
    icon-hover
    Blog
Contact Us
UnlockYour Experiment.
EnlivenOur Future.
  • Company
  • About Us
  • Services
  • News & Events
  • Products
  • Brands
  • Categories
  • Support
  • Customer Support
  • Resources
  • Blog
Contact Us

Office: Mon-Fri 8:00 AM - 5:30 PM

Phone: 02-038-9999

Email: info@apexchemicals.co.th

APEX Icon
© 2025 Apex Chemicals. All Rights Reserved.
Terms & Conditions of SaleTerms of UsePrivacy StatementCookie Policy
    02 Apr 202639 Views
    Catagory:
    Lab Tips

    ปาท่องโก๋กลิ่นแอมโมเนีย? ไขความลับเบื้องหลังความกรอบฟู

    เช้าวันทำงานของคนเมืองมักเริ่มต้นด้วยความเร่งรีบ หลายคนรีบออกจากบ้านเพื่อไปโรงเรียน ไปทำงาน หรือไปทำหน้าที่ของตัวเองให้ทันเวลา แม้ว่า “อาหารเช้า” จะเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดของวัน แต่กลับกลายเป็นมื้อที่ถูกละเลยมากที่สุด

    หลายครั้งเราเลือกความสะดวกและรวดเร็วเป็นหลัก หยิบอะไรกินง่าย ๆ ระหว่างทาง เพื่อให้ทันกับเวลาที่จำกัดในแต่ละวัน ภาพที่คุ้นเคยคือกาแฟหนึ่งแก้ว กับปาท่องโก๋ร้อน ๆ กินแบบรีบ ๆ แล้วออกไปเริ่มวันใหม่

    แต่เคยสังเกตไหมว่า… บางครั้งปาท่องโก๋มีกลิ่นแปลก ๆ คล้ายแอมโมเนีย?

    เรื่องราวของปาท่องโก๋ และสิ่งที่ซ่อนอยู่ในเนื้อแป้ง

    ปาท่องโก๋ และสิ่งที่ซ่อนอยู่ในเนื้อแป้ง

    ปาท่องโก๋ มีต้นกำเนิดจากประเทศจีน โดยมีเรื่องเล่าว่าถูกสร้างขึ้นเพื่อสื่อถึงความไม่พอใจต่อขุนนางในอดีต จึงนำแป้งมาประกบกันแล้วทอดกินเมื่อเวลาผ่านไป ปาท่องโก๋กลายเป็นอาหารเช้ายอดนิยมในหลายประเทศรวมถึงประเทศไทย

    แต่เบื้องหลังความกรอบอร่อยนั้นมี “กระบวนการทางเคมี” ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้

    แอมโมเนียไปอยู่ในปาท่องโก๋ที่เรากินได้อย่างไร?

    เท้าความไปถึงการทำขนมปังแบบสูตรของฝรั่งจะมีการใส่ยีสต์ (จุลินทรีย์ชนิดหนึ่ง) ลงไปในแป้งเพื่อทำหน้าที่ย่อยแป้งให้เป็นน้ำตาล โดยมีผลพลอยได้เป็นแก๊คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เกิดขึ้น ซึ่งแก๊สนี้จะทำให้เกิดช่องอากาศเล็กๆกระจายทั่วเนื้อแป้ง เวลาที่นำไปอบ จะได้ขนมปังที่นุ่มและฟูขึ้นมา

    สำหรับสูตรการทำปาท่องโก๋ ก็มีการดัดแปลงทั้งแบบไทยบ้าง จีนบ้าง บางแห่งจะใช้ ผงฟูหรือโซเดียมไบคาร์บอเนต (NaHCO3) ควบคู่กับการใช้ยีสต์ บางแห่งก็ใช้ แอมโมเนียมไบคาร์บอเนต (NH4HCO3) ซึ่งเจ้าตัวหลังนี้มีราคาถูกกว่าผงฟู

    บางท่านก็ว่าคนทำปาท่องโก๋อยากลดต้นทุนเลยใส่ตัวหลังนี้แทน แต่อย่างไรก็ตามแอมโมเนียมไบคาร์บอเนตมีส่วนช่วยทำให้อาหารขึ้นฟูเป็นหลัก และเพิ่มความกรอบเข้ามาด้วย และถ้าถูกความร้อนจะเกิดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำเช่นเดียวกับผงฟู แต่ส่วนที่เพิ่มขึ้นมาอีกก็คือมีแก๊สแอมโมเนีย (NH3) ผสมเกิดขึ้นด้วย หากในปาท่องโก๋ที่ใส่แอมโมเนียมไบคาร์บอเนตมากเกินไป อาจทำให้แก๊สแอมโมเนียระเหยออกไม่หมดขณะทอดปาท่องโก๋และอาจตกค้างอยู่ใน เนื้อแป้ง ซึ่งก็เป็นที่มาของ “กลิ่นฉุน” นั่นเอง


    พิษของแอมโมเนีย

    แอมโมเนียเป็นสารที่สามารถก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ หากได้รับในปริมาณมากหรือสัมผัสต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจส่งผลให้เกิดการอักเสบของหลอดลมได้

    อย่างไรก็ตาม ในบริบทของการบริโภคอาหารทั่วไป ปริมาณที่พบมักอยู่ในระดับต่ำ และความเสี่ยงขึ้นอยู่กับทั้งปริมาณและความถี่ในการได้รับ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องกังวลจนหลีกเลี่ยงการบริโภคทั้งหมด แต่ควรเลือกแหล่งที่ผลิตได้มาตรฐาน และบริโภคอย่างเหมาะสม เพื่อความปลอดภัยในระยะยาว

    ผู้เขียน
    Apex Chemicals Teams
    Apex Chemicals Teams
    Product Specialist & Marketing Teams, Apex Chemicals

    ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ และทีมการตลาด มีความตั้งใจที่จะส่งต่อข้อมูลดีๆ ที่ใช้งานได้จริง เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเหล่านักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย และภาคอุตสาหกรรม พร้อมมุ่งมั่นขับเคลื่อนแนวคิดเคมีเพื่อความยั่งยืนไปพร้อมกับคุณ

    Tag:
    Share: