ในการวิเคราะห์ทางเคมี เทคนิค HPLC (High-Performance Liquid Chromatography) และ LC-MS (Liquid Chromatography-Mass Spectrometry) ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เราสามารถตรวจสอบ และวิเคราะห์สารตัวอย่างที่มีความซับซ้อนได้อย่างแม่นยำ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนายา การควบคุมคุณภาพอาหาร และการวิเคราะห์สิ่งแวดล้อม
แต่ด้วย HPLC และ LC-MS เป็นเทคนิคที่มีจุดแข็ง และข้อจำกัดที่แตกต่างกัน ทั้งในด้านของความต้องการเฉพาะของการวิเคราะห์, ความไว (Sensitivity), ความจำเพาะ (Selectivity) และความซับซ้อนของสารตัวอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ และตรงตามวัตถุประสงค์ของงาน
ในบทความนี้เอเพกซ์ เคมิเคิล จะพามาดูกันว่า HPLC และ LC-MS คืออะไร และแตกต่างกันอย่างไรบ้าง?

เทคนิคโครมาโตกราฟีของเหลวสมรรถนะสูง ที่ใช้ในการแยก, ระบุ และหาปริมาณสารประกอบที่อยู่ในตัวอย่างของเหลว โดยอาศัยหลักการแยกสารผ่านกระบวนการดูดซับและกระจายตัวของสารในคอลัมน์ (Column) ซึ่งประกอบด้วย 2 เฟส (Phase) ที่สำคัญ คือ
ด้วยเหตุนี้ การเลือกใช้ Solvent ที่เหมาะสม จึงมีความสำคัญ เอเพกซ์ เคมิเคิล พร้อมนำเสนอ Solvent & Reagent HPLC Grade จาก Fisher Chemical ซึ่งเป็นแบรนด์ชั้นนำในเครือ Thermo Fisher Scientific ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์งานวิเคราะห์ที่ต้องการความแม่นยำสูง ไม่ว่าจะเป็น
ซึ่งสารในตัวอย่างจะถูกแยกตามความเข้ากันของสารกับ Mobile Phase และ Stationary Phase โดยสารที่มีปฏิสัมพันธ์กับ Stationary Phase น้อยจะออกจากคอลัมน์ก่อน โดยแสดงผลการวิเคราะห์ในรูปแบบของโครมาโตแกรม (Chromatogram) ซึ่งแสดงพีคของสารแต่ละชนิดตามเวลาที่ใช้ในการวิเคราะห์ สามารถใช้วิเคราะห์หาปริมาณ ความเข้มข้น และองค์ประกอบของสาร ได้อย่างแม่นยำ

ตัวอย่าง พีค (Peak) บนโครมาโตแกรม (Chromatogram)
โดยแกน X แสดงเวลาในการกักเก็บ (Retention Time) ซึ่งเป็นเวลา (Minutes) ที่สารแต่ละชนิดใช้เคลื่อนที่ผ่านคอลัมน์และถูกตรวจจับโดย Detector
ส่วนแกน Y แสดงค่า Intensity บ่งบอกถึงปริมาณของสารที่ถูกตรวจพบนั่นเอง
Q : แล้ว LC-MS คืออะไร แตกต่างจาก HPLC อย่างไร?

เป็นเทคนิคการวิเคราะห์สารผสมที่ผสมผสานระหว่าง การแยกสารในสถานะของเหลว ด้วยหลักการของโครมาโตกราฟี (HPLC) และการวิเคราะห์มวลโมเลกุล ด้วยเครื่องแมสสเปกโตรมิเตอร์ (Mass Spectrometer) ทำให้สามารถแยกสาร และวิเคราะห์โครงสร้างของสารได้ภายในกระบวนการเดียว โดยหลักการของ LC-MS นี้ประกอบด้วย สองส่วนสำคัญ ได้แก่
หรือสรุปก็คือ…
LC-MS คือระบบ HPLC ที่มีเครื่องตรวจวัดมวล (Mass Spectrometer, MS) ทำหน้าที่เป็น Detector ติดตั้งเพิ่มเติม ซึ่งช่วยยืนยันองค์ประกอบของสารได้อย่างแม่นยำ โดย HPLC ทำหน้าที่แยกสารตามคุณสมบัติทางกายภาพ และเคมี ในขณะที่ MS วิเคราะห์มวลโมเลกุล (Mass-to-Charge Ratio, m/z) เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนในกระบวนการวิเคราะห์เดียวนั่นเอง
โดยผลลัพธ์จาก LC-MS จะแสดงในรูปแบบของ กราฟแมสสเปกตรัม (Mass Spectrum) ซึ่งให้ข้อมูลเกี่ยวกับมวลโมเลกุล โดยรายงานค่าเป็น ขนาดมวลต่อประจุ (m/z) โดยสามารถใช้วิเคราะห์โครงสร้างของสารประกอบอย่างละเอียด
ตัวอย่าง กราฟแมสสเปกตรัม (Mass Spectrum)
และเพื่อให้การวิเคราะห์ LC-MS มีประสิทธิภาพสูงสุด! การเลือกใช้ Solvent และ Reagent เกรด LC-MS ที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากส่งผลโดยตรงต่อความแม่นยำ (Accuracy), ความไว (Sensitivity) และยังช่วยยืดอายุการใช้งานของคอลัมน์ และเครื่องมือวิเคราะห์ได้อีกด้วย
ดังนั้น เอเพกซ์ เคมิเคิล ขอนำเสนอ Solvent & Reagent LC-MS Grade จากแบรนด์ Fisher Chemical

ถึงแม้ว่า HPLC และ LC-MS จะเป็นเทคนิคที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่ทั้งสองมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในด้านการใช้งาน ความสามารถในการตรวจวิเคราะห์ และความซับซ้อนของเครื่องมือ การเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้จะช่วยให้สามารถเลือกเทคนิคที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของการวิเคราะห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อีกทั้งในกระบวนการวิเคราะห์ด้วย HPLC และ LC-MS การเลือกใช้ Solvent หรือตัวทำละลาย ที่ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในฐานะ Mobile Phase ก็มีบทบาทสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความแม่นยำ และประสิทธิภาพของการวิเคราะห์
เอเพกซ์ เคมิเคิล จะพาคุณมาดูว่า Solvent มีบทบาทสำคัญอย่างไรบ้าง ?
เพิ่มประสิทธิภาพในการแยกสาร
Solvent ที่เหมาะสมช่วยให้สารตัวอย่างแยกออกจากกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและชัดเจน ส่งผลให้กราฟโครมาโตแกรม (Chromatogram) มีพีคที่คมชัดและง่ายต่อการวิเคราะห์
ลดสัญญาณรบกวน (Noise)
การใช้ Solvent ที่มีความบริสุทธิ์สูงและเหมาะสมกับเครื่องมือวิเคราะห์ ช่วยลดการเกิดปัญหาสัญญาณรบกวน (Noise) ซึ่งอาจส่งผลต่อความแม่นยำของผลการวิเคราะห์
เพิ่มความไว (Sensitivity) และความแม่นยำ (Accuracy)
คุณสมบัติของ Solvent มีผลโดยตรงต่อความไวในการตรวจวิเคราะห์ โดยเฉพาะใน LC-MS ที่ต้องการการวิเคราะห์ที่แมนยำและมี Sensitivity สูง
ลดความถี่การในบำรุงรักษาเครื่องมือให้ใช้งานได้นานขึ้น
การเลือกใช้ Solvent ที่มีความบริสุทธิ์สูงเหมาะสมกับเครื่องมือวิเคราะห์ จะช่วยยืดอายุการใช้งานของคอลัมน์ และเครื่องมือวิเคราะห์
ด้วยเหตุนี้ การเลือกใช้ Solvent ที่เหมาะสมกับแต่ละเทคนิค เช่น HPLC Grade หรือ LC-MS Grade จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

คำตอบคือ ได้ ในกรณีของการใช้ Solvent & Reagent LC-MS Grade ใช้แทน HPLC ได้ เนื่องจากมีความบริสุทธิ์และ sensitivity สูงกว่า ลดสิ่งปนเปื้อนที่อาจกระทบต่อผลการวิเคราะห์ คอลัมน์และเครื่องมือ ช่วยให้ผลวิเคราะห์แม่นยำ เสถียร และไร้สัญญาณรบกวน (Noise) จึงสามารถใช้กับ HPLC ได้ แต่ในทางกลับกัน Solvent เกรด HPLC ไม่สามารถใช้งานแทนเกรด LC-MS ได้ เนื่องจากมีความบริสุทธิ์ของสารต่ำกว่าเกรด HPLC รวมถึงในเอกสาร COA ไม่มีการรายงานค่าปริมารสารปนเปื้อนที่ตรวจพบ ส่งผลให้เกิดสัญญาณรบกวน และอาจทำให้ผลการวิเคราะห์คลาดเคลื่อนได้
HPLC และ LC-MS ถูกใช้อย่างแพร่หลายในหลากหลายอุตสาหกรรม เนื่องจากความสามารถในการวิเคราะห์สารเคมีที่แม่นยำและตอบโจทย์การใช้งานเฉพาะทาง เช่น

HPLC : ใช้ในการตรวจสอบความบริสุทธิ์ และวิเคราะห์หาปริมาณสารสำคัญในอุตสากรรมต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอาง รวมไปถึง อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม

LC-MS : ใช้ในการตรวจวิเคราะห์สารตกค้างที่อาจเจือปนอยู่ในสารตัวอย่าง เช่น
อุตสาหกรรมยา : ใช้ในการวิเคราะห์หาปริมาณสิ่งเจือปนของยาสำเร็จรูป
อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม : ตรวจสอบสารตกค้าง เช่น ยาฆ่าแมลง และสารพิษในอาหาร
อุตสาหกรรมปิโตรเคมี : วิเคราะห์สารเติมแต่งในน้ำมันหล่อลื่น
อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง : วิเคราะห์สารปนเปื้อนในเครื่องสำอาง
HPLC และ LC-MS เป็นเทคนิคสำคัญในการวิเคราะห์ที่ใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยการเลือกใช้ Solvent & Reagent ที่เหมาะสมกับเทคนิคที่ใช้วิเคราะห์นั้น มีสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการแยกสาร ลดสัญญาณรบกวน และช่วยปกป้องเครื่องมือวิเคราะห์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ และเสถียรสูงสุดนั่นเอง

A dedicated team driven by innovation and sustainable chemistry, led by the Product Specialist Team in collaboration with the Marketing Team, sharing reliable and practical insights to inspire learning and support scientists, researchers, and industry professionals.