• icon
    icon-hover
    Products
  • icon
    icon-hover
    Services
  • icon
    icon-hover
    Resources
  • icon
    icon-hover
    Support
  • icon
    icon-hover
    About Us
  • icon
    icon-hover
    Blog
Contact Us
UnlockYour Experiment.
EnlivenOur Future.
  • Company
  • About Us
  • Services
  • News & Events
  • Products
  • Brands
  • Categories
  • Support
  • Customer Support
  • Resources
  • Blog
Contact Us

Office: Mon-Fri 8:00 AM - 5:30 PM

Phone: 02-038-9999

Email: info@apexchemicals.co.th

APEX Icon
© 2025 Apex Chemicals. All Rights Reserved.
Terms & Conditions of SaleTerms of UsePrivacy StatementCookie Policy
    31 Mar 202686 Views
    Catagory:
    Lab Tips

    HPLC และ LC-MS คืออะไร และต่างกันอย่างไร?

    ในการวิเคราะห์ทางเคมี เทคนิค HPLC (High-Performance Liquid Chromatography) และ LC-MS (Liquid Chromatography-Mass Spectrometry) ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เราสามารถตรวจสอบ และวิเคราะห์สารตัวอย่างที่มีความซับซ้อนได้อย่างแม่นยำ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนายา การควบคุมคุณภาพอาหาร และการวิเคราะห์สิ่งแวดล้อม

    แต่ด้วย HPLC และ LC-MS เป็นเทคนิคที่มีจุดแข็ง และข้อจำกัดที่แตกต่างกัน ทั้งในด้านของความต้องการเฉพาะของการวิเคราะห์, ความไว (Sensitivity), ความจำเพาะ (Selectivity) และความซับซ้อนของสารตัวอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ และตรงตามวัตถุประสงค์ของงาน 

    ในบทความนี้เอเพกซ์ เคมิเคิล จะพามาดูกันว่า HPLC และ LC-MS คืออะไร และแตกต่างกันอย่างไรบ้าง?

    หลักการทำงานของเครื่อง HPLC และส่วนประกอบสำคัญ 2 เฟส คือ Stationary Phase และ Mobile Phase สำหรับแยกและวิเคราะห์สารประกอบ

    HPLC หรือ High-Performance Liquid Chromatography

    เทคนิคโครมาโตกราฟีของเหลวสมรรถนะสูง ที่ใช้ในการแยก, ระบุ และหาปริมาณสารประกอบที่อยู่ในตัวอย่างของเหลว โดยอาศัยหลักการแยกสารผ่านกระบวนการดูดซับและกระจายตัวของสารในคอลัมน์ (Column) ซึ่งประกอบด้วย 2 เฟส (Phase) ที่สำคัญ คือ

    • Stationary Phase (เฟสคงที่) : ส่วนสารที่ถูกตรึงอยู่กับที่ในคอลัมน์หรือบนพื้นผิวรองรับ โดยเมื่อสารตัวอย่างผ่านเข้าไปในคอลัมน์ เฟสคงที่จะทำหน้าที่ดึงดูดหรือจับสารที่ต้องการแยกออกจากกัน
    • Mobile Phase (เฟสเคลื่อนที่) : ของเหลวที่ไหลผ่าน เฟสคงที่ (Stationary Phase) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการพาสารตัวอย่างผ่านคอลัมน์ เพื่อให้เกิดการแยกสารอย่างมีประสิทธิภาพ
      Mobile Phase ประกอบด้วย ตัวทำละลาย (Solvent) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการแยกสาร ทั้งในด้านการควบคุมการโต้ตอบระหว่างตัวอย่างและคอลัมน์ รวมถึงการลดสัญญาณรบกวน (Noise) เพื่อผลวิเคราะห์ที่น่าเชื่อถือ 

    ด้วยเหตุนี้ การเลือกใช้ Solvent ที่เหมาะสม จึงมีความสำคัญ เอเพกซ์ เคมิเคิล พร้อมนำเสนอ Solvent & Reagent HPLC Grade จาก Fisher Chemical ซึ่งเป็นแบรนด์ชั้นนำในเครือ Thermo Fisher Scientific ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์งานวิเคราะห์ที่ต้องการความแม่นยำสูง ไม่ว่าจะเป็น Solvent and Reagent HPLC Grade

    ซึ่งสารในตัวอย่างจะถูกแยกตามความเข้ากันของสารกับ Mobile Phase และ Stationary Phase โดยสารที่มีปฏิสัมพันธ์กับ Stationary Phase น้อยจะออกจากคอลัมน์ก่อน โดยแสดงผลการวิเคราะห์ในรูปแบบของโครมาโตแกรม (Chromatogram) ซึ่งแสดงพีคของสารแต่ละชนิดตามเวลาที่ใช้ในการวิเคราะห์  สามารถใช้วิเคราะห์หาปริมาณ ความเข้มข้น และองค์ประกอบของสาร ได้อย่างแม่นยำ

    Chromatogram แสดงพีกของสารตามเวลาการวิเคราะห์ เพื่อหาปริมาณและความเข้มข้นของสารอย่างแม่นยำ

    ตัวอย่าง พีค (Peak) บนโครมาโตแกรม (Chromatogram)

    โดยแกน X แสดงเวลาในการกักเก็บ (Retention Time) ซึ่งเป็นเวลา (Minutes) ที่สารแต่ละชนิดใช้เคลื่อนที่ผ่านคอลัมน์และถูกตรวจจับโดย Detector
    ส่วนแกน Y แสดงค่า Intensity บ่งบอกถึงปริมาณของสารที่ถูกตรวจพบนั่นเอง

    Q : แล้ว LC-MS คืออะไร แตกต่างจาก HPLC อย่างไร?

    หลักการทำงานของ LC-MS และส่วนประกอบ 2 เฟสหลัก

    LC-MS หรือ Liquid Chromatography - Mass Spectrometry

    เป็นเทคนิคการวิเคราะห์สารผสมที่ผสมผสานระหว่าง การแยกสารในสถานะของเหลว ด้วยหลักการของโครมาโตกราฟี (HPLC) และการวิเคราะห์มวลโมเลกุล ด้วยเครื่องแมสสเปกโตรมิเตอร์ (Mass Spectrometer) ทำให้สามารถแยกสาร และวิเคราะห์โครงสร้างของสารได้ภายในกระบวนการเดียว โดยหลักการของ LC-MS นี้ประกอบด้วย สองส่วนสำคัญ ได้แก่

    • Liquid Chromatography (LC) : ใช้หลักการเดียวกับ HPLC โดยแยกสารในตัวอย่างตามความเข้ากันกับเฟสคงที่ (Stationary Phase) และเฟสเคลื่อนที่ (Mobile Phase)
    • Mass Spectrometry (MS) : หลังจากที่สารถูกแยกด้วยเทคนิค LC สารตัวอย่างจะถูกส่งต่อไปยังเครื่องวิเคราะห์ Mass Spectrometer ซึ่งทำหน้าที่ทำให้เกิดประจุ และแตกตัวออกเป็นไอออน และวิเคราะห์มวลโมเลกุลของสาร ด้วยการวัดน้ำหนักโมเลกุล (Molecular Weight) และรายงานค่าเป็นขนาดมวลต่อประจุ (m/z) นอกจากนี้ยังสามารถระบุโครงสร้างสารประกอบ ที่ช่วยให้แยกแยะสารที่คล้ายคลึงกัน หรือสารที่มีปริมาณน้อยในตัวอย่างได้อย่างแม่นยำ

    หรือสรุปก็คือ…

    LC-MS คือระบบ HPLC ที่มีเครื่องตรวจวัดมวล (Mass Spectrometer, MS) ทำหน้าที่เป็น Detector  ติดตั้งเพิ่มเติม ซึ่งช่วยยืนยันองค์ประกอบของสารได้อย่างแม่นยำ โดย HPLC ทำหน้าที่แยกสารตามคุณสมบัติทางกายภาพ และเคมี ในขณะที่ MS วิเคราะห์มวลโมเลกุล (Mass-to-Charge Ratio, m/z) เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนในกระบวนการวิเคราะห์เดียวนั่นเอง

    โดยผลลัพธ์จาก LC-MS จะแสดงในรูปแบบของ กราฟแมสสเปกตรัม (Mass Spectrum) ซึ่งให้ข้อมูลเกี่ยวกับมวลโมเลกุล โดยรายงานค่าเป็น ขนาดมวลต่อประจุ (m/z) โดยสามารถใช้วิเคราะห์โครงสร้างของสารประกอบอย่างละเอียด

    ตัวอย่าง กราฟแมสสเปกตรัม (Mass Spectrum)กราฟแมสสเปกตรัม (Mass Spectrum) แสดงค่ามวลต่อประจุ (m/z) และความละเอียดสูง (Ultra High Resolving Power) สำหรับวิเคราะห์โครงสร้างสารประกอบ


    และเพื่อให้การวิเคราะห์ LC-MS มีประสิทธิภาพสูงสุด! การเลือกใช้ Solvent และ Reagent เกรด LC-MS ที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากส่งผลโดยตรงต่อความแม่นยำ (Accuracy), ความไว (Sensitivity) และยังช่วยยืดอายุการใช้งานของคอลัมน์ และเครื่องมือวิเคราะห์ได้อีกด้วย

    ดังนั้น เอเพกซ์ เคมิเคิล ขอนำเสนอ Solvent & Reagent LC-MS Grade จากแบรนด์ Fisher Chemical

    Solvent & Reagent LC-MS Grade จากแบรนด์ Fisher Chemical

    ความแตกต่างระหว่าง HPLC และ LC-MS

    ถึงแม้ว่า HPLC และ LC-MS จะเป็นเทคนิคที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่ทั้งสองมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในด้านการใช้งาน ความสามารถในการตรวจวิเคราะห์ และความซับซ้อนของเครื่องมือ การเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้จะช่วยให้สามารถเลือกเทคนิคที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของการวิเคราะห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ความแตกต่างระหว่าง HPLC และ LC-MS

    อีกทั้งในกระบวนการวิเคราะห์ด้วย HPLC และ LC-MS การเลือกใช้ Solvent หรือตัวทำละลาย ที่ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในฐานะ Mobile Phase ก็มีบทบาทสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความแม่นยำ และประสิทธิภาพของการวิเคราะห์

    เอเพกซ์ เคมิเคิล จะพาคุณมาดูว่า Solvent มีบทบาทสำคัญอย่างไรบ้าง ?

    บทบาทสำคัญของ Solvent HPLC และ LC-MS

    บทบาทสำคัญของ Solvent 

    • เพิ่มประสิทธิภาพในการแยกสาร
      Solvent ที่เหมาะสมช่วยให้สารตัวอย่างแยกออกจากกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและชัดเจน ส่งผลให้กราฟโครมาโตแกรม (Chromatogram) มีพีคที่คมชัดและง่ายต่อการวิเคราะห์

    • ลดสัญญาณรบกวน (Noise)
      การใช้ Solvent ที่มีความบริสุทธิ์สูงและเหมาะสมกับเครื่องมือวิเคราะห์ ช่วยลดการเกิดปัญหาสัญญาณรบกวน (Noise) ซึ่งอาจส่งผลต่อความแม่นยำของผลการวิเคราะห์ 

    • เพิ่มความไว (Sensitivity) และความแม่นยำ (Accuracy)
      คุณสมบัติของ Solvent มีผลโดยตรงต่อความไวในการตรวจวิเคราะห์ โดยเฉพาะใน LC-MS ที่ต้องการการวิเคราะห์ที่แมนยำและมี Sensitivity สูง

    • ลดความถี่การในบำรุงรักษาเครื่องมือให้ใช้งานได้นานขึ้น
      การเลือกใช้ Solvent ที่มีความบริสุทธิ์สูงเหมาะสมกับเครื่องมือวิเคราะห์ จะช่วยยืดอายุการใช้งานของคอลัมน์ และเครื่องมือวิเคราะห์ 

    ด้วยเหตุนี้ การเลือกใช้ Solvent ที่เหมาะสมกับแต่ละเทคนิค เช่น HPLC Grade หรือ LC-MS Grade จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

    Solvent เกรด HPLC และ LC-MS สามารถใช้แทนกันได้หรือไม่ ?

    Solvent เกรด HPLC และ LC-MS สามารถใช้แทนกันได้หรือไม่ ?

    คำตอบคือ ได้ ในกรณีของการใช้ Solvent & Reagent LC-MS Grade ใช้แทน HPLC ได้ เนื่องจากมีความบริสุทธิ์และ sensitivity สูงกว่า ลดสิ่งปนเปื้อนที่อาจกระทบต่อผลการวิเคราะห์ คอลัมน์และเครื่องมือ ช่วยให้ผลวิเคราะห์แม่นยำ เสถียร และไร้สัญญาณรบกวน (Noise) จึงสามารถใช้กับ HPLC ได้ แต่ในทางกลับกัน Solvent เกรด HPLC ไม่สามารถใช้งานแทนเกรด LC-MS ได้ เนื่องจากมีความบริสุทธิ์ของสารต่ำกว่าเกรด HPLC รวมถึงในเอกสาร COA ไม่มีการรายงานค่าปริมารสารปนเปื้อนที่ตรวจพบ ส่งผลให้เกิดสัญญาณรบกวน และอาจทำให้ผลการวิเคราะห์คลาดเคลื่อนได้

    ตัวอย่างการใช้งาน HPLC และ LC-MS

    HPLC และ LC-MS ถูกใช้อย่างแพร่หลายในหลากหลายอุตสาหกรรม เนื่องจากความสามารถในการวิเคราะห์สารเคมีที่แม่นยำและตอบโจทย์การใช้งานเฉพาะทาง เช่น

    HPLC ใช้ในการตรวจสอบความบริสุทธิ์ และวิเคราะห์หาปริมาณสารสำคัญในอุตสากรรมต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอาง รวมไปถึง อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม

    • HPLC : ใช้ในการตรวจสอบความบริสุทธิ์ และวิเคราะห์หาปริมาณสารสำคัญในอุตสากรรมต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอาง รวมไปถึง อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม

    LC-MS ใช้ในการตรวจวิเคราะห์สารตกค้างที่อาจเจือปนอยู่ในสารตัวอย่าง

    • LC-MS :  ใช้ในการตรวจวิเคราะห์สารตกค้างที่อาจเจือปนอยู่ในสารตัวอย่าง เช่น

      • อุตสาหกรรมยา : ใช้ในการวิเคราะห์หาปริมาณสิ่งเจือปนของยาสำเร็จรูป

      • อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม : ตรวจสอบสารตกค้าง เช่น ยาฆ่าแมลง และสารพิษในอาหาร

      • อุตสาหกรรมปิโตรเคมี : วิเคราะห์สารเติมแต่งในน้ำมันหล่อลื่น

      • อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง : วิเคราะห์สารปนเปื้อนในเครื่องสำอาง

    เอเพกซ์ สรุปให้...

    HPLC และ LC-MS เป็นเทคนิคสำคัญในการวิเคราะห์ที่ใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยการเลือกใช้ Solvent & Reagent ที่เหมาะสมกับเทคนิคที่ใช้วิเคราะห์นั้น มีสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการแยกสาร ลดสัญญาณรบกวน และช่วยปกป้องเครื่องมือวิเคราะห์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ และเสถียรสูงสุดนั่นเอง

    ผู้เขียน
    Apex Chemicals Teams
    Apex Chemicals Teams
    Product Specialist & Marketing Teams, Apex Chemicals

    ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ และทีมการตลาด มีความตั้งใจที่จะส่งต่อข้อมูลดีๆ ที่ใช้งานได้จริง เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเหล่านักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย และภาคอุตสาหกรรม พร้อมมุ่งมั่นขับเคลื่อนแนวคิดเคมีเพื่อความยั่งยืนไปพร้อมกับคุณ

    Brand:
    Tag:
    Share: