
ก่อนอื่นเลยเราอยากให้คุณลองเลือกดูว่าคุณมีพฤติกรรมการจัดเก็บสารเคมีในห้องปฏิบัติการตรงกับข้อใดบ้าง ดังต่อไปนี้....ก่อนที่เราจะเข้าสู่รายละเอียดวิธีการจัดเก็บสารเคมีที่ถูกต้องกัน
ลองเช็กดูดี ๆ คุณอาจพบว่ามีอย่างน้อยหนึ่งข้อที่เกิดขึ้นจริงในห้องแล็บของคุณ
หลายครั้งพฤติกรรมเหล่านี้เกิดจากความเคยชินหรือความสะดวกในการใช้งาน แต่ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุโดยไม่รู้ตัว เพราะเราไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดเหตุไม่คาดคิดเมื่อไร
ดังนั้น “การป้องกัน” จึงสำคัญกว่าการแก้ไขในภายหลัง
ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปทำความเข้าใจแนวทางการจัดเก็บสารเคมีอย่างปลอดภัย ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 วิธีหลัก
เป็นระบบการจัดเก็บสารเคมีที่ไม่ดีที่สุด ซึ่งการจัดเก็บแบบสุ่มนี้ ไม่มีการคำนึงถึงข้อจำกัดว่าสารเคมีแต่ละชนิดควรจัดเก็บอย่างไรหรือที่ไหน ทั้งยังอาจส่งผลให้เกิดผลเสียหรืออันตรายที่มากเกินจะคาดคิดได้ คุณอาจพบเจอ สารเคมีประเภทกรดวางเก็บอยู่ติดกับสารเคมีประเภทเบส, สารเคมีประเภทออกซิไดซ์ (Oxidizers) อยู่ติดกับสารเคมีไวไฟ (Flammables), สารที่ทำปฏิกิกริยากับน้ำวางไว้ไกล้อ่างล้างมือ, สารเคมีที่มีความเป็นพิษสูงอยู่ติดกับโต๊ะทำงาน นี้เป็นตัวอย่างลักษณะการจัดเก็บที่อาจเกิดอุบัติเหตุที่ไม่พึงประสงค์ขึ้นได้ทุกเมื่อ
เป็นวิธีการจัดเก็บสารเคมีที่พบมากที่สุด การจัดเก็บสารเคมีแบบเรียงตามตัวอักษรนี้ดีกว่าการจัดเก็บแบบสุ่ม แต่ยังคงมีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากปฏิริยาของสารที่ไม่สามารถเข้ากันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีฉุกเฉิน เช่น การเกิดไฟไหม้ , การรั่วไหล และภัยพิบัติทางธรรมชาติ มีหลายตัวอย่างที่จะแสดงให้เห็นถึงปัญหาที่เกี่ยวกับการจัดเก็บสารเคมีแบบเรียงตามอักษร (คู่มือ Brethericks เป็นคู่มือเกี่ยวกับปฏิกิริยาที่อันตรายของสารเคมี หรือ NFPA 491M คู่มือการเกิดปฏิกิริยาของสารเคมีอันตราย ประกอบด้วยส่วนผสมของสารเคมี 2 ชนิดขึ้นไป เรียงตามตัวอักษรที่มีรายงานว่าทำให้เกิดอันตรายจากอัคคีภัย และการระเบิด )
ข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารข้อมูลความปลอดภัยสารเคมี (SDS) ในส่วนที่ 7 (Handling and storage) แสดงข้อควรระวังในการจัดเก็บสารเคมี ได้แก่ สภาวะแวดล้อมที่ควรหลีกเลี่ยง และสารเคมีที่ไม่ควรเก็บรวมกัน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เป็นประโยชน์ในการพิจารณาในการจัดเก็บสารเคมีที่ผู้ใช้และครอบครองสารเคมีควรรู้ แต่นอกจากข้อมูลที่แสดงในส่วนที่ 7 นี้นั้น ยังมีข้อมูลอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยในการตัดสินใจเพิ่มเติม นั้นคือข้อมูลในส่วนที่ 14 (Transport information) แสดงข้อมูลการจำแนกสารเคมีตามลักษณะอันตรายของสหประชาชาติ หรือ UN class ซึ่งมีความหมายดังนี้
Class 9 หมายถึง สารอันตรายอื่นๆ
แม้ว่าข้อมูลในส่วนที่ 14 นี้เป็นข้อกำหนดด้านความปลอดภัยในการขนส่ง แต่สามารถนำมาใช้ในการจำแนกสารเคมีเพื่อการจัดเก็บเช่นเดียวกับการจำแนกสารเคมีโดยระบบอื่น โดยที่องค์การสหประชาชาติได้กำหนดมาตรฐานในการแยกเก็บสารเคมีแยกตาม UN class ดังแสดงในตารางที่ 1
ตารางที่ 1 การแยกเก็บสารเคมีตามประเภทของสารเคมีอันตราย

หมายเหตุ:
NA หมายถึง สามารถจัดเก็บบริเวณเดียวกันได้
SG หมายถึง ต้องแยกจากกันอย่างน้อย 3 เมตร
FS หมายถึง เก็บแยกจากกันหรือห่างกันอย่างน้อย 5 เมตร
PR หมายถึง ห้ามอยู่ใกล้เคียงกัน ต้องแยกจากกันอย่างน้อย 10 เมตร
ภาพที่ 1 การจัดเก็บสารเคมีของ Loba Chemie

จากที่กล่าวไปแล้วข้างต้นว่า การจัดเก็บสารเคมีแบบเรียงตามตัวอักษรนั้นเป็นวิธีที่นิยมใช้กันมาก อีกทั้งง่าย สะดวกสบายต่อการค้นหาใช้งาน แต่ยังคงมีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากปฏิริยาของสารที่ไม่สามารถเข้ากันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีฉุกเฉิน โดยเราได้ยกตัวอย่างปัญหาของสารเคมีที่อยู่ในกลุ่มตัวอักษรเดียวกัน มาให้ดังต่อไปนี้
ระบบการจัดเก็บแบบนี้ จะมีการคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างประเภทความอันตรายของสารเคมี ซึ่งมีการพัฒนาระบบให้ดีกว่าการจัดเก็บแบบเรียงตามตัวอักษร ตัวอย่างของการจัดเก็บลักษณะนี้ ได้แก่
การจัดเก็บสารเคมีที่กล่าวมาข้างต้นทั้ง 3 ประเภทนั้น ดีกว่าการจัดเก็บแบบที่ไม่คำนึงถึงอะไรเลย แต่ก็ยังไม่ถือว่าเป็นการจัดเก็บสารเคมีที่ถูกต้อง ยังคงมีความเสี่ยงจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากสารเคมีที่ทำปฏิกิริยากััน ดังนั้นเราจึงควรเรียนรู้วิธีการจัดเก็บสารเคมีที่ถูกต้องแบบสมบูรณ์

A dedicated team driven by innovation and sustainable chemistry, led by the Product Specialist Team in collaboration with the Marketing Team, sharing reliable and practical insights to inspire learning and support scientists, researchers, and industry professionals.