
ในโลกของอุตสาหกรรมยา ความแม่นยำในการวัดปริมาณตัวยาออกฤทธิ์สำคัญ และสารเจือปน คือหัวใจสำคัญของการควบคุมคุณภาพ เพราะคุณภาพของยาที่ส่งถึงผู้บริโภคนั้น ส่งผลโดยตรงกับความปลอดภัย และประสิทธิภาพในการรักษา
โดยบทความนี้ เอเพกซ์จะพาคุณไปรู้จักการรายงานปริมาณตัวยา หรือ Assay ทั้ง 3 รูปแบบ ที่มักพบในอุตสาหกรรม
ได้แก่ “Assay on as-is basis”, “Assay on dried basis” และ “Assay on anhydrous basis” พร้อมอธิบายความหมาย วิธีคำนวณ และความสำคัญของแต่ละแบบในการควบคุมคุณภาพยา
Assay คือ การวิเคราะห์เพื่อหาความเข้มข้น (Concentration) หรือปริมาณ (Content) ของ “ตัวยาออกฤทธิ์สำคัญ” หรือ Active Pharmaceutical Ingredients (APIs) ที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ยา
โดยทั่วไปจะรายงานผลในรูปของ เปอร์เซ็นต์ (%w/w หรือ %w/v) เทียบกับปริมาณตัวยาทั้งหมดที่ระบุไว้บนฉลากยา
เช่น ยาเม็ดบรรเทาอาการปวด ที่ประกอบไปด้วยตัวยา Paracetamol มีการรายงานค่า Assay ของ API เท่ากับ 99.5%w/w นั้นหมายความได้ว่า หากเม็ดยานั้นมีปริมาณ Paracetamolอยู่ 100mg ก็จะมีปริมาณตัวยาออกฤทธิ์สำคัญที่อยู่ 99.5 mg ของน้ำหนักทั้งหมดนั่นเอง
การวิเคราะห์ Assay มีความสำคัญอย่างมากในการควบคุมคุณภาพของยา เพราะเป็นตัวชี้วัดว่าผู้ป่วยจะได้รับตัวยาในปริมาณที่เหมาะสม และปลอดภัยตามที่กำหนดไว้ หากในยานั้นมีปริมาณ APIs ต่ำเกินไป อาจทำให้ยาไม่มีประสิทธิภาพได้ แต่หากมีมากเกินไปก็อาจเสี่ยงต่ออาการไม่พึงประสงค์ หรือเกิดพิษจากการได้รับยาเกินขนาดได้
โดย Assay สามารถพบได้ทั้งบนฉลากยา ฉลากสารเคมี ตำรายามาตรฐาน เช่น USP, BP หรือ EP รวมถึงเอกสารรับรองผลการวิเคราะห์ (Certificate of Analysis: COA) อีกด้วย
ต่อไป เอเพกซ์จะพาคุณไปรู้จักกับ Assay ทั้ง 3 ประเภท พร้อมความหมายและตัวอย่างการคำนวณในแต่ละแบบ เพื่อให้เข้าใจการวิเคราะห์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
คือ การวิเคราะห์และรายงานปริมาณ APIs จากผลิตภัณฑ์ยาที่ได้รับมาโดยตรง โดยไม่ปรับปริมาณความชื้นหรือสารระเหย
วิธีนี้จะสะท้อนถึงปริมาณ APIs ที่รวมอยู่กับองค์ประกอบอื่น ๆ เช่น ความชื้นหรือสารเจือปนไว้ด้วย มักใช้เป็นฐานอ้างอิงสำหรับการวิเคราะห์ assay basis อื่น ๆ การวิเคราะห์ Assay on as-is นิยมทำด้วยเทคนิคโครมาโทกราฟี โดยเปรียบเทียบค่า area peak ของสารตัวอย่างกับวัสดุอ้างอิง (Reference materials
วิธีวิเคราะห์แบบ on as-is basis จึงเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการประเมินตัวยาในเบื้องต้น ก่อนจะไปยังการวิเคราะห์ที่ละเอียดยิ่งขึ้น
ตัวอย่างการคำนวณ
Assay on as-is basis = (Area of sample / Area of standard) x (Concentration of standard / Concentration of sample) x Potency or Assay of standard
Sample : Calculate assay on as-is basis of raw material of Linagliptin API
Area of sample raw mat Linagliptin = 2150000
Area of the standard Linagliptin = 2158557
Concentration of the sample = 9.9
Concentration of the standard = 10
Potency or Assay of the Standard = 99.6%
Assay on as-is basis = (2150000/2158557) x (10/9.9) x 99.6
Assay on as-is basis = 97.88 %
คือ การวิเคราะห์ และรายงานปริมาณ APIs โดยหักน้ำหนักของความชื้น และสารระเหยอื่นๆ ออกไป
ซึ่งเป็นการแสดงปริมาณตัวยาออกฤทธิ์ต่อน้ำหนักของตัวยาเมื่อแห้งสนิท เหมาะสำหรับสารที่มีน้ำ หรือสารระเหยตกค้าง การหาค่าความชื้นในตัวยาจะใช้วิธี Loss on Drying (LOD) เพื่อหาน้ำหนักความชื้น หรือตัวทำละลายตกค้างโดยอาศัยหลักการเปลี่ยนแปลงน้ำหนักด้วยความร้อน (Thermogravimetric analysis หรือ TGA) จากนั้นจึงนำค่า LOD ที่ได้มาคำนวณหา assay ในรูปแบบ on dried basis
ตัวอย่างการคำนวณ
Assay on dried basis = (Assay on as-is basis / (100 - %LOD)) x 100
Sample : Calculate assay on dried basis of raw material of Linagliptin API
Assay on as-is basis = 97.88 %
LOD of raw mat Linagliptin = 0.290% (w/w)
Assay on dried basis = (97.88 / (100 - 0.290)) x 100
Assay on dried basis = 98.16%
คือ การวิเคราะห์และรายงานปริมาณ APIs โดยตัดปริมาณน้ำทั้งหมดออกอย่างสมบูรณ์ ทั้งน้ำที่ดูดซับไว้และน้ำในโครงสร้างทางเคมี
เช่น ยาที่มีสูตรโครงสร้างในรูป hydrate การวัดปริมาณน้ำจะใช้เทคนิคไทเทรตแบบ Karl Fischer (KF) ซึ่งมีความจำเพาะในการวิเคราะห์น้ำโดยตรง เมื่อทราบค่าความชื้นแล้ว จึงนำไปใช้คำนวณ Assay ในรูปแบบ on anhydrous basis ได้
ตัวอย่างการคำนวณ
Assay on Anhydrous Basis = (Assay on as-is basis x 100) / (100 - %Water content)
Sample : Calculate assay on anhydrous basis of raw material of Linagliptin API
Assay on as-is basis = 97.88 %
%Water content by KF = 1.2% (w/w)
Assay on anhydrous basis = (97.88 / (100 - 1.2)) x 100
Assay on anhydrous basis = 99.06%
ทั้ง 3 ประเภทของ Assay — on as-is basis, on dried basis และ on anhydrous basis จึงทำงานร่วมกันเพื่อให้เข้าใจปริมาณ APIs ได้ครบทุกมิติ อย่างไรก็ตาม ค่า Assay ที่แม่นยำคือหัวใจของการควบคุมคุณภาพยา เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ป่วยจะได้รับตัวยาในปริมาณที่ถูกต้อง ปลอดภัย และได้ผลตามที่ควร
ในอุตสาหกรรมยานั้น Assay และ Purity มีความเกี่ยวข้องกันในการอธิบายคุณลักษณะของตัวยาออกฤทธิ์สำคัญ แต่มีความหมาย และวิธีการวิเคราะห์ต่างกันอย่างชัดเจน โดย
Assay คือ ปริมาณของ “ตัวยาออกฤทธิ์สำคัญ (APIs) ที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์โดยปราศจากสิ่งเจือปนอื่นๆ” ว่ามีอยู่เท่าใดเมื่อเทียบกับปริมาณที่ควรมีตามเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งการวิเคราะห์และรายงานในเชิงปริมาณที่ถูกต้องนั้น จะใช้การเปรียบเทียบจากวัสดุอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ
Purity คือ ค่าความบริสุทธิ์ของสาร โดยแสดงถึงอัตราส่วนของพื้นที่พีคของ APIs ต่อผลรวมของพื้นที่พีคทั้งหมดในโครมาโตกราฟี ซึ่งค่านี้ระบุปริมาณของ APIs โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับสารที่เกี่ยวข้องที่ตรวจจับได้โดยวิธีโครมาโตกราฟี แต่จะยังไม่ได้พิจารณาในมุมสิ่งเจือปนอื่นๆ เช่น น้ำ, ความชื้น หรือตัวทำละลายตกค้าง
ซึ่งจะสรุปได้ว่า Assay จะบ่งบอกว่ายานั้นมีสารออกฤทธิ์มากน้อยเพียงใด โดยปราศจากสิ่งเจือปนอื่นๆ ในขณะที่ Purity จะบ่งบอกเพียงค่าความบริสุทธ์ของสารออกฤทธิ์นั้น ซึ่งสิ่งที่วิเคราะห์และวิธีการรายงานผลนั้นแตกต่างกัน แต่ทั้ง Assay และ Purity ต่างก็มีบทบาทสำคัญในการยืนยันว่า ยานั้นมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค
จากที่กล่าวมาข้างต้นนั้น วัสดุอ้างอิง (Reference Materials) มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อกระบวนการควบคุมคุณภาพของยาและเภสัชภัณฑ์ เนื่องจากเป็นตัวกำหนด “ความถูกต้อง” และ “ความน่าเชื่อถือ” ของผลการวิเคราะห์ทางเคมี
ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ปริมาณตัวยาออกฤทธิ์สำคัญ (Assay), การหาความบริสุทธิ์ (Purity), หรือการตรวจสอบสารเจือปน (Impurities) ซึ่งล้วนแล้วแต่ต้องอาศัยค่ามาตรฐานจากวัสดุอ้างอิงที่แม่นยำและสอดคล้องกับการทดสอบ
หากเลือกใช้วัสดุอ้างอิงผิดประเภท หรือเลือกใช้วัสดุอ้างอิงที่ไม่ได้รับการรับรองคุณภาพตามมาตรฐานการผลิตวัสดุอ้างอิง (ISO 17034) อาจทำให้การประเมินและวิเคราะห์คุณภาพยาผิดพลาดได้ หรือในทางกลับกัน อาจนำไปสู่การจำหน่ายยาที่ไม่มีประสิทธิภาพออกสู่ตลาดดังนั้น การเลือกใช้วัสดุอ้างอิงที่ถูกต้องจึงไม่ใช่แค่เรื่องทางเทคนิค แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ ประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความเชื่อมั่น ของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์ยา
การควบคุมคุณภาพที่ดี เริ่มต้นจากการเลือกวัสดุอ้างอิงที่ถูกต้อง เพราะความแม่นยำคือหัวใจของความน่าเชื่อถือ

A dedicated team driven by innovation and sustainable chemistry, led by the Product Specialist Team in collaboration with the Marketing Team, sharing reliable and practical insights to inspire learning and support scientists, researchers, and industry professionals.